อันที่จริงมีโอกาสไปเหยียบดินปายแล้ววิ่งหกคูณร้อยกลับมาเชียงใหม่ตั้งแต่ปิดเทอมที่แล้วแล้วล่ะค่ะ
(อยู่ไม่ถึง 24 ชม.เลย)

อยากไปปายมานานแล้ว ตั้งแต่ตอนที่บูมมากๆ  จนตอนนี้คนเขาหายเห่อกันไปหมดแล้ว หึๆ
อยากรู้ว่าที่เขาชมและบ่นกันนักหนามันเป็นอย่างไร   เรามาพิสูจน์ตามหลักกาลามสูตรนั่นเอง

 

   ที่คราวนี้ได้ฤกษ์ดีเสียทีก็เพราะมีโอกาสไปฟิลด์ทริปศึกษา(?)การผลิตเซรามิกที่ภาคเหนือซึ่งช่วยประหยัดค่ารถเราไปมากอยู่ อุฮิ

เริ่มตั้งแต่สุโขทัย  ลำปางและเชียงใหม่ (อาจจะอัพในโอกาสต่อไปหากมีความมานะเพียงพอจ้ะ)

   สำหรับการเดินทางไปเมืองปายไม่ได้มีความยากเข็ญแต่อย่างใด  สุภาพสตรีสามารถเดินทางได้ โดยไม่ต้องกลัวอันตรายแต่อย่างใด  ซึ่งเราเองก็ไปกับสาวๆอีก 3 ชีวิตและกลับมาโดยสวัสดิภาพนะ

คุณสามารถเริ่มต้นที่อาเขต(สถานีขนส่งจังหวัดเชียงใหม่)  มีรถให้เลือกตามอัธยาศัย  ใครใคร่ชิลจงชิล  ใครใคร่เร็วก็นั่งรถตู้ ราคา150 บ.นั่งกัน 3.30 ชม.แต่รถหวานเย็นก็ 5 ชั่วโมงนู่นแน่ะ

และที่สำคัญมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

สำหรับคนที่เมารถ  กรุณากินยาแก้เมาไว้ล่วงหน้า 
อย่าทำหยิ่ง ทำเก๋า  เดี๋ยวไปถึงปายจะเก๋าไม่ออกนะนาย

ถ้ากลัวยาไม่ได้ผล จะเตรียมถุงพลาสติกและน้ำเปล่าไว้ล้างคอล่วงหน้าก็ไม่มีผุ้ใดว่านะจ๊ะ

อีกประการ... ระหว่างการเดินทางด้วยรถตู้ จะมีพักครึ่งให้หายใจหายคอ  ไม่ต้องห่วงว่าจะมึนตายไปเสียก่อนนะจ๊ะ

 

ตอนที่ขึ้นรถจากขนส่งเป็นเวลา 15.30 น. แล้วล่ะ  แนะนำว่าไปถึงปายเช้าๆดีกว่านะ จะได้มีเวลาเยอะๆ

และควรจะจองที่พักไว้ก่อนด้วยนะคะ เพื่อความเซฟ

 

นี่เป็นสภาพบรรยากาศขณะที่ถ่ายบนรถตู้

ทางโค้งเป็นรูปตัวยู (U) ยังมีเลย  มึนหัวจริงๆ

 

 เมฆปุยๆๆ

 

บรรยากาศประหนึ่งเมืองหนาวที่ตปท. เที่ยวไทยไม่ไปไม่รู้จริงๆ

 

 

ระหว่างทางมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง

เราจึงได้เก็บภาพนี้มา : )
(ต้องเพ่งนิดนึง..)

 

 

 

กว่าจะถึงเมืองปายก็มืดค่ำพอดี... ประมาณเกือบ 1 ทุ่ม ไปลงที่ขนส่งเมืองปาย

โดยรอบๆเนี่ยก็เต็มไปด้วยสินค้าจำนวนมากเพราะแถบๆนั้นเค้าจัดให้เป็นถนนคนเดินค่ะ

 

พวกเราตัดสินใจเข้าที่พักกันก่อน  จึงได้พบกับที่พักที่น่ากลัว(ข้อเสียของการจองจากในอินเตอร์เน็ต  ไม่เห็นแผนที่และของจริง)   ต้องเดินบุกป่าฝ่าดงไปไกลมากกกกกกก  ซึ่งตอนนั้นฟ้ามืดแล้วด้วย

พวกเราเลยตัดสินใจเปลี่ยนที่พักกระทันหัน ซึ่งโชคดีที่มีที่พักใกล้ๆที่ว่าง เลยรอดไป ไม่ต้องอยู่บ้านผีสิง ง่ะ

ดังนั้น เช็คที่พักดีๆก่อนจะเสียเงินนะคะ + อย่าหวังน้ำบ่อหน้าล่ะ

 

ขวัญเสียไปแล้ว เลยต้องออกไปหาอะไรทำให้รื่นรมย์หน่อย..

 

อาหารมื้อแรก..

บน ราดหน้า  ส่วนล่าง สปาเกตตี้น้ำพริกอ่อง

ส่วนบน สลัดไก่ทอด  และล่าง น้ำพริกอ่องอีกแล้ว

 

ทั้งหมดนี้ไม่ได้กินคนเดียว

อย่างที่บอกว่าไปกับอีกสามสาว แต่ไม่กล้าเปิดเผยหน้าพวกนั้น เดี๋ยวโดนมันฟ้องร้อง

 

ท้องอิ่มก็เริ่มเดินย่อย

ไปถ่ายรูปกับธ.กสิกรสาขาเมืองปายน่ารักมาก

 

ไอ้พวกนี้ใคร... ไม่รู้จักกันนะ 55555

 

เนื่องจากวันที่ไปถึงเป็นคืนวันศุกร์

เราคาดเดาเองเองว่าคงเป็นวันที่คึกคักอะนะ  (ฉันไม่เคยมาเหยียบที่นี่ ไม่ค่อยรู้รายละเอียดน่อ)

บรรยากาศถนนคนเดินช่างข้าวสารมากๆ เหมือนหลงเข้าไปในยุค 70's ฮิปปิ้เกลื่อนเมือง...

เออ พูดถึงฮิปปี้ มีหนังเรื่อง Taking Woodstock เข้าอยู่ที่ลิโด้  ใครชื่นชอบบรรยากาศสไตล์นี้เชิญไปทัศนากันได้

 

 

เดินต่อมาเรื่อยๆก็เจอร้านๆหนึ่ง

ร้านนี้เป็นรถโฟล์ก ขายนอสตาลเจียอีกแล้ว... การตลาดที่ได้รับอิทธิพลมาจากแฟนฉันหรือเปล่า?

รู้สึกว่าพอมีหนังเรื่องแฟนฉันขึ้นมา ทุกสิ่งอย่างก็เริ่มใช้วิธีแนวนี้หมด...

 

แต่ก็ชอบอยู่ดีแฮะ

ร้านนี้ชื่อ เด็กเมื่อวานซืน  อำเภอปาย..

 

 อีกอย่างที่น่าจะเป็นเรื่องเด่นของปาย เห็นทีจะเป็นร้านโปสการ์ดที่เยอะเอาเสียมากๆ

เปิดแข่งกันแทบทุกมุมถนน  เพื่อนเรามันสมญานามให้ว่า "มหานครแห่งโปสการ์ด"

 

เดินไปฟังเพลงแจ็สไป

โรแมนติกสุดๆ  ดันไปกันสี่สาวโฉด เลยเหงาเป็นพิเศษ 5555 (พูดให้แรดๆไปงั้นแหละ)

 

ช่วงที่เดินอยู่นี่คนก็เริ่มๆปิดร้านแล้วล่ะ

เวลาต่างจังหวัด ช่วงตื่นของคนไม่เท่ากับที่กทม.

 

 

คนเริ่มซา ร้านก็เริ่มทยอยปิดกัน  พวกเราเลยกลับที่พักกัน 
ไปพักฟื้นอาการเมารถ(จริงๆหายตั้งแต่ได้กินอาหารจำนวนมากแล้ว 5555)

 

ขากลับเข้าที่พักเจอคนปล่อยโคมด้วย...

เลยเนียนๆถ่ายรูปไป อุฮิ

 

 

ราตรีสวัสดิ์..

 

 

พอแค่นี้ก่อนกับภาคกลางคืนแล้วกัน

เดี๋ยวจะโหลดโหดมากเกินไป

คราวหน้าจะพาไปเที่ยววัดน้ำฮู กับหมู่บ้านสันติชล(ดั้นด้นไปเพื่อกินขาหมู)

คนอื่นอาจจะขับรถกันไป แต่เราปั่นจักรยานและโบกรถ

 

แต่เดี๋ยวจะไม่มีคนอ่านต่อ  เราขอพรีวิวรูปเล็กๆน้อยๆไว้ก่อนละกัน เรียกน้ำย่อย...

 

 

   

 

 

 

 

 

 

 ยังมีอะไรที่เอ็กซ์ตรีมมากกว่าที่คุณคิด.. หึๆ :)

  พบกันเอนทรี่หน้า (ถ้าขยัน)