Baramos Fan Fiction : ตราบสิ้นลมหายใจ
posted on 29 Aug 2005 20:19 by thera in worksชื่อเรื่อง: ตราบสิ้นลมหายใจ
ประเภท: เศร้าสุดๆเท่าที่บิลท์ได้ + แอบโรแมนติกเค่อะ
คู่ : KxF
ช่วงเวลา : พิธีจบการศึกษา
Note: เรื่องนี้แต่งนานมากๆ กะว่าจะเอาเข้าเทศกาลฟิคถูกระเบียบแต่แต่งไม่ทัน(แหะๆ)
ขอคำแนะนำ+ติชมด้วยนะคะ
แรงๆก็ได้ มาโซ(ฮา)
ป.ล. ได้แรงบันดาลใจจากเพลงประกอบละคร/หนังของคุณ ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ "รักเธอนิรันดร์" ค่ะ
------------------------------------------------
สัญญานะ...
ไม่ว่าจะนานแค่ไหนหรือนายจะมีใครใหม่อีกกี่ร้อยกี่พันคนก็ช่าง ขอแค่อย่างเดียว...
...นายอย่าลืมฉันนะ...
.......
....
..
.
.
เสียดาย... ที่หลานอายุไม่ยืน
ในครานั้นไม่มีผู้ใดเลยแม้แต่คนเดียวที่สังเกตเห็นแววเนตรที่เจือความเศร้าสร้อยของราชินีจันทรา... แล้วใครจะรู้กันเล่าว่าที่ เฟลิโอน่า เกรเดเวล จะอายุไม่ยืนนั้นเป็นเรื่องจริง!
ภายใต้แสงตะวันที่สาดส่องผ่านม่านกำมะหยี่สีแดงสดอันเป็นสัญลักษณ์แห่งป้อมอัศวิน... เช้าวันนี้ชาวป้อมต่างตื่นขึ้นมารับอรุณด้วยความรู้สึกแจ่มใสผิดกับทุกวัน เห็นทีจะเป็นเพราะเจ้าหัวขโมยแห่งบารามอสไม่ได้มาทำเสียงโหวกเหวกโวยวายรบกวนเช่นทุกเช้าที่ปฏิบัติการปากปีจอกับเจ้าชายแห่งคาโนวาลเช่นทุกวันล่ะกระมัง?
คาโลโว้ย! ไอ้ก้อนน้ำแข็งเดินได้ หายหัวไปไหนกันวะ!
...ไม่ทันขาดคำเลยแท้ๆ...
พอไม่อยากเจอล่ะมาจริง... แต่พอเวลาจะตามหาก็ดันหายหัวไปซะฉิบ เฟรินหรือเฟลิโอน่ายังคงทำหน้าที่หัวขโมยกวนส้นได้ดีเช่นเคย แม้ว่าเมื่อวานเธอจะถูกอบรมจากพี่ผีสาวซะอ่วมก็ตามที...
ปากอย่างนี้ น่าตัดลิ้นไม่ให้พูดซะให้เข็ด บุรุษหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าเย็นยะเยือกเอ่ยเสียงเรียบขึ้นมาแทบจะทันทีที่เธอกล่าวจบประโยค
ไวกว่าความคิด...
เฮอะ คิดว่าจับฉันตัดลิ้นได้ก็ลองดูสิ
ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยความระอา หลายปีที่ผ่านมานี้เขาโดนเจ้าตัวแสบป่วนประสาทอยู่หลายครั้งจนกระทั่งเริ่มชินกับคำพูดน่าถีบและท่าทางปวดประสาทของมัน
ตามหาฉัน มีเรื่องอะไรรึไง?
ก็แค่จะถามนายว่าพักนี้ไอ้คิลมันดูแปลกๆไป นายพอจะรู้อะไรบ้างไหม?
ร่างสูงเริ่มครุ่นคิด... วันๆเขาก็อยู่แต่กับกองเอกสาร บางคืน(ซึ่งเป็นส่วนใหญ่)ก็ไม่ได้กลับไปนอนที่ห้อง แถมตอนชั่วโมงเรียนก็แทบไม่ได้พูดกับมันแล้วจะให้เขาไปรู้เรื่องที่เจ้าเพื่อนนักฆ่ามันดูแปลกๆไปได้ยังไง?
ไม่รู้สิ
ให้มันได้อย่างนี้สิ!! เฟรินตีสีหน้าเซ็งๆก่อนจะเริ่มสาธยายอีกครั้ง นายไม่เคยสังเกตเลยเรอะว่าช่วงนี้ ไอ้คิลมันถอนหายใจบ่อยๆ ชอบหลบหน้าพวก 3 สาว แถมตอนกลางคืนก็ชอบหนีออกไปเดินเล่นคนเดียวด้วยนะ
เด็กหนุ่มเจ้าของฉายาก้อนน้ำแข็งถึงกับขมวดคิ้วเรียวของตนเมื่อได้ยินสิ่งที่บุคคลตรงหน้าเอ่ยถึงเพื่อนรักของตน เจ้าคิลมันเป็นถึงขนาดนั้นเชียวเหรอ? ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันจะลองไปคุยกับมันดูสักหน่อย
ในทันทีที่คาโลเดินจากไปเธอก็ปล่อยให้ห้วงจังหวะการหายใจเป็นไปเช่นเดิม... จังหวะที่นับวันจะทวีความติดขัดรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ขอบใจนะคิล...
นายอุตส่าห์ยอมปิดเรื่องนี้เอาไว้ไม่ให้หมอนั่นรู้ แถมยังยอมเป็นตัวล่อให้ด้วย
นาม เฟลิโอน่า เกรเดเวล คงเป็นชื่อเจ้าหญิงผู้ถูกสาป
ฉันถึงได้พบแต่เรื่องเจ็บปวดอย่างนี้อยู่เสมอ...
ทั้งๆที่ให้ตายก็ไม่อยากพรากจากใครเลย...
แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครห้ามความตายได้
------------------------------------------------
หลังจากนั้นทุกๆวันเจ้าชายแห่งคาโนวาลก็เริ่มหันมาให้ความสนใจกับเพื่อนนักฆ่ามากขึ้น... มากเสียจนตัวเขาเองยังรู้สึกว่าคิดถูกหรือเปล่าที่ยอมมาเป็นนกต่อล่อเหยื่อให้กับหมอนั่น
...ทั้งๆที่ความจริงๆแล้ว คาโลมันควรจะได้รู้เรื่องนี้มากที่สุดเพื่อจะได้เก็บความทรงจำดีๆเหล่านั้นเอาไว้...
แต่เรื่องนี้เป็นความต้องการของเจ้าเฟรินเอง ตัวเขาเองก็คงจะขัดอะไรไม่ได้...
เหรอ?
จะเก็บเรื่องเงียบเอาไว้... แล้วปล่อยให้ทุกอย่างจบเนี่ยนะ?
ตลกน่า!!!
เฮ้ยคาโล! ฉันว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน
ในที่สุด ณ บ่ายของวันก่อนทำพิธีจบการศึกษา... คิลก็ตัดสินใจเอ่ยเรื่องความจริงที่เขาปิดบังคาโลมาเนิ่นนานหลังจากที่โดนซักถามอย่างหนักอยู่หลายวัน
เป็นเรื่องเกี่ยวกับเฟริน
คนฟังถึงกับหูตาตั้งขึ้นมาในทันทีที่ได้ยินเรื่องราวกลุ้มใจของเพื่อน... แถมยังเป็นเรื่องที่เกียวข้องกับคนที่เขารักมากเสียด้วย
เรื่องอะไร?
เจ้าของเส้นผมดำขลับถอนหายใจออกมาเบาๆทำเอาเรื่อนผมสั่นด้วยแรงสะเทือนเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำเอาห้วงสำนึกของเจ้าชายถึงกับขาวโพลน... ไม่เหลืออะไรเลย
เฟรินป่วยหนักและกำลังจะตาย
ตาย...?
คำสั้นๆที่นำความว้าวุ่นเข้ามาสู่ห้วงคิด
แกหมายความว่ายังไงนะคิล!? ไม่สามารถแม้แต่จะควบคุมกระทั่งน้ำเสียงสั่นๆของตน... หัวใจที่เคยสงบเยือกเย็นบัดนี้กลับร้อนรุ่มราวกับมีกองเพลิงมาสุมอยู่ในอก... คาโลกำมือแน่นจนกระทั่งเล็บจิกเข้าไปในเนื้อของตน
เฟรินมันหายใจติดขัดตลอดเวลาเหมือนกับว่าหายใจเท่าไหร่ก็ไม่พอ แถมยังไอเป็นเลือดจนบางครั้งถึงกับสลบไปเลยก็มี... แต่มันห้ามฉันเอาไว้ไม่ให้บอกนาย เพราะกลัวว่านายจะเป็นห่วงเลยใช้ฉันเบี่ยงเบนความสนใจให้นายสนใจฉันมากกว่ามันเอง
ทำไมแกเพิ่งมาบอกฉันตอนนี้วะ! เอ่ยจบก็รีบวิ่งออกจากห้องสมุดโดยไม่ฟังเสียงบ่นของบรรณารักษ์ไปหาคนสำคัญโดยทันที... เปล่อยให้เพื่อนนักฆ่าสับสนว่าที่ผ่านมาตนเองทำถูกหรือผิดไปกันแน่?
ฉันขอโทษจริงๆ คาโล
------------------------------------------------
พรุ่งนี้...
คงเป็นวันที่ใครๆหลายคนคงมีความสุข รวมไปถึงนายด้วยนะ... คาโล วาเนบลี
แต่เสียดายที่ยังไงฉันก็คงจะอยู่ได้ไม่พ้นฟ้าสาง
บัดนี้เฟรินได้กลับมาอยู่ในร่างที่แท้จริงของเธอเองเพราะได้ถอดแหวนที่ท่านพ่อของเธอมอบให้ออกไปจากนิ้วเรียวแล้ว
...เป็นเจ้าหญิงแห่งบารามอสและเดมอส...
ปลายปากกาที่จรดแผ่นกระดาษซึ่งเหลืองเพราะความเก่านั้นยกขึ้นมาเล็กน้อยเนื่องจากคนเขียนกำลังนึก... ย้อนไปในอดีตถึงเรื่องราวมากมายที่เธอและเขาได้ทำร่วมกัน...
ตอนที่ฉันกำลังเขียนจดหมายฉบับนี้น่ะ ฉันก็กำลังนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาอยู่นะ
ตลอดเวลาฉันมีความสุขมากจริงๆ
ทุกครั้งที่ได้หัวเราะไปกับนายหรือทำตัวกวนป่วนประสาทก็เหอะ... ฉันมีความสุขที่เห็นนายมีความสุขนะ
ยิ้มให้มากขึ้นอีกนิดเถอะ... แล้วนายจะรู้ว่าโลกมันสดใสขนาดไหน
ฉันไม่อยากได้ยินเสียงเศร้าๆของนายเลย
เหอะๆ แต่บางทีอาจเป็นเพราะฉันทำให้นายโมโหด้วยล่ะมั้ง?
เสียงไอและกลิ่นเลือดยังคงคละคลุ้งเต็มห้องนอนไปหมด... ยิ่งเวลาผ่านไปมาเท่าไหร่ก็ยิ่งดูเหมือนว่าเวลาของเธอใกล้มาถึงแล้ว....
'ขอโทษมากเลยนะคาโล... ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันก็เอาแต่ใจตัวเองมากจริงๆ
ดีแต่ทำเรื่องยุ่งให้นายร้อนใจ
แถมยังคงทำตัวเป็นผู้ชายแบบที่นายไม่ชอบอีกด้วย...
แต่นายลองคิดดูสิ 15 ปี มันก็มากเกินพอแล้วที่จะทำให้ฉันยังคงหลงเหลือความคิดอ่านแบบนี้อยู่น่ะ
ก็เลยไม่สามารถทำตัวดีๆหวานๆกับนายแบบสาวๆคนอื่นได้
แต่ขอยืนยันด้วยความสัตย์จริงและเกียรติของหัวขโมยแห่งบารามอสนะว่าฉันไม่เคยรู้สึกดีกับใครเท่านายมาก่อน...
ถึงนายจะจูบสู้พวกผู้หญิงที่เมื่อก่อนฉันเคยผ่านมาแล้วไม่ได้เลยก็เถอะ
ฮ่าๆ ล้อเล่นน่า... น้ำแข็งละลายจนกลายเป็นไอแล้วล่ะสิ?
อย่าทำหน้าเครียดไปหน่อยเลยคาโล...
ฉันพูดจริงๆนะ... มีแค่นายคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกถึงความผูกพันแน่นแฟ้นมากขนาดนี้...
ขนาดที่ยอมถูกจองจำไปชั่วชีวิตเลยก็ว่าได้
ถึงตอนนี้ฉันก็ยังเจ็บ... ไม่ใช่เพราะแผลใต้ตาหรืออาการป่วยที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆหรอกนะ
แต่มันเป็นเพราะรู้ว่าจะต้องจากนายไปแล้วต่างหาก
ฉันรักนายมากนะ... มากที่สุดเท่าที่เคยรักใครได้
เพราะฉะนั้นนายต้องตอบแทนฉันด้วยนะ คำขอเอาแต่ใจครั้งสุดท้ายของฉัน...
สัญญานะ...
ไม่ว่าจะนานแค่ไหนหรือนายจะมีใครใหม่อีกกี่ร้อยกี่พันคนก็ช่าง ขอแค่อย่างเดียว...
...นายอย่าลืมฉันนะ...
พอเขียนมาถึงตรงนี้เฟรินกลับไม่อาจควบคุมน้ำตาของตนไว้ได้... เพราะทันที่ที่คิดว่าเขาจะมีคนอื่น มันก็เสียดแทงเข้าไปถึงข้างในราวกับถูกเผาทั้งเป็น
ฉันเข้าใจ... อนาคตคนเรานั้นยากเกินหยั่งถึง
เมื่อวันนั้นมาถึงนายอาจรักใครอีกก็ได้
แต่ฉันขอแค่นี้จริงๆ เพราะถ้านายลืมฉัน
ฉันต้องเจ็บมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้แน่ๆ
ฉันรักนายเหลือเกิน
จะให้ขายวิญญาณให้ปีศาจเพื่อต่อเวลาให้ได้อยู่กับนายเพิ่มขึ้นอีก 1 วินาที ฉันก็ยอม...
ทุกลมหายใจ...
ทุกส่วนของความคิด...
ฉันยกให้นายทั้งหมด
ทำไมถึงได้ทุกข์ขนาดนี้ก็ไม่รู้นะ?
อยากตายเพราะความเจ็บปวด แต่ก็ยังอยากมีชีวิตอยู่เพราะความรัก
...ทรมาณเหลือเกิน...
ฉันขอโทษที่รักษาสัญญาไม่ได้
แต่นายอย่าโทษตัวเองนะคาโล... ไม่ใช่นายที่ผิด แต่เป็นฉัน กว่าจะรู้สึกตัวเรื่องที่ท่านอาลูน่าบอกก็ไม่ทันเสียแล้ว
คนกับจ้าวปีศาจมีลูกกัน จะให้การแต่งงานข้ามพันธุ์ไม่มีผลอะไรเลยก็คงง่ายไป
อย่าโกรธเจ้าคิล... เพราะฉันเป็นคนบังคับให้มันทำอย่างนี้เอง
ฝากดูแลทุกๆคนด้วย บอกว่าขอให้มีความสุขนะ
ฉันจะนั่งมองทุกคนจากที่นี่...
ตรงนี้...
...ตลอดไป...
ลาก่อน
ด้วยรักเสมอและตลอดไป
เฟลิโอน่า เกรเดเวล
------------------------------------------------
ไม่ทันแล้ว...
มือของเจ้าชายน้ำแข็งแห่งป้อมอัศวินถึงกับสั่นระริกจนแทบไม่เหลือกำลังเมื่อเห็นร่างบางนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงที่ชุ่มไปด้วยเลือด
...บัดนี้ดวงหน้าของเฟลิโอน่าจางซีดไม่เหลือร่องรอยแห่งการมีชีวิตอยู่...
ไม่ใช่เพราะโรคร้ายที่พรากวิญญาณเธอไป... หากแต่เป็น ...น้ำมือของเธอเอง...
คาโลค่อยๆสาวเท้าเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ และลูบเรือนผมสีน้ำตาลสวยซึ่งเปรอะหยาดโลหิตเล็กน้อยเนื่องจากแรงกระเซ็นอย่างอ่อนโยนก่อนที่หยาดน้ำใสจะค่อยๆเอ่อล้นออกมา...
ทำไม? ทำไมนายถึงไม่บอกฉัน
ไม่มีเสียงใสกวนโมโหมาคอยตอบเขาอีกต่อไปแล้ว...
เมื่อบัดนี้เธอจากไปกับผู้นำดวงวิญญาณแห่งโลกของการนิทราอันเป็นนิรันดร์
หัวใจของคาโลเหมือนจะหยุดเต้นและสูบฉีดเลือดอย่างรุนแรง ความรู้สึกขัดแย้งกันเองประดังเข้ามาอย่างรวดเร็ว ดวงหน้าคมยิ่งรูปสลักไม่เหลือร่องรอยของความสดใสเช่นคืนวันที่เคยมีเธออยู่ข้างๆ
หัตถ์ของบุรุษนัยน์ตาสีฟ้าใสค่อยๆลูบดวงหน้าของคนในอ้อมกอดอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าร่างของเธอจะแตกสลายไปต่อหน้าต่อตาหากเขาทำอะไรรุนแรงเกินไป...
ดวงตา... สีน้ำตาลใสที่เคยฉายประกายแห่งความสุขพริ้มสนิท
ดวงหน้า... เจือหวานของเธอเปรอะไปด้วยหยาดโลหิตสีสดเข้ม
...ริมฝีปาก...
ทั้งน้ำตาที่เอ่อคลอดวงเนตร... คาโลก้มลงประทับจุมพิตครั้งสุดท้ายอย่างนุ่มนวลบนริมฝีปากที่เริ่มซีดจางปราศจากสีเรื่อของหญิงสาวผู้ที่เขารักที่สุด
จูบ...
...จูบสุดท้ายที่เย็นยะเยือกไปจนถึงขั้วหัวใจและมีรสชาติของความตายแฝงอยู่...
------------------------------------------------
จบลงแล้ว...
พิธีส่งดวงวิญญาณของเดอะ ปรินเซส ออฟ บารามอส แอนด์ เดมอส
ท่ามกลางผู้คนมากมายที่ร่ำไห้... เจ้าชายคาโลกลับไม่มีแม้แต่ร่องรอยของคราบอัสสุชล
แต่เป็นเพียงรูปสลักที่ยืนนิ่งตรึงอยู่กับที่เท่านั้น
เขาเจ็บเหลือเกิน... ความเจ็บปวดข้างในมากเสียจนทำให้น้ำตามันเหือดแห้งไป
ทำไมถึงปกป้องเธอไว้ไม่ได้?
เป็นคำถามที่เฝ้าแต่วนเวียนกรอกซ้ำไปซ้ำมาในโสตประสาท...
เจ้าชายคาโล สุรเสียงแหบแห้งแต่ยังคงเจือด้วยอำนาจเอ่ยเพรียกเขาอย่างแผ่วเบา ท่านยังไม่ได้วางดอกไม้ให้ลูกข้าเลยนะ
ครับ เขารับคำอย่างละอายใจต่อผู้สูงวัยกว่าตรงหน้า ...ท่านจ้าวปีศาจเอวิเดส จะให้เขาสู้หน้าท่านได้อย่างไรเมื่อเขาเคยรับปากว่าจะดูแลเธอให้ดี...
ผมจะปกป้องเธอเอง
คาโล... อะไรที่มันผ่านมาก็จงขอให้มันผ่านไปเถอะนะ
ผมลืมเธอไม่ได้
บุรุษเจ้าของเรือนผมดำขลับพรายยิ้มแห้งๆที่ปราศจากร่องรอยแห่งความสุขขึ้นมาอย่างเบาบาง ดีแล้ว... เพราะข้าเองก็ลืมเฟลิโอน่าไม่ลงเหมือนกัน ไปเถอะ... ไปตามทางของเจ้า เจ้ายังต้องมีชีวิตอยู่เพื่อใครอีกหลายคน อย่าทำร้ายผู้คนเหล่านั้นด้วยการจมตนเองลงในกองทุกข์เลย
ความหมายของการวางดอกไม้น่ะ คือการแสดงถึงการมอบความรัก ความคิดถึงอันหวานไหวของเราให้คงอยู่เคียงกับผู้นิทราไปจนตราบนิรันดรไร้วันสิ้นสุด ไม่มีวันไหนที่คนที่ยังอยู่จะไม่คิดถึง ไม่มีวันไหนที่คนที่ยังอยู่จะหลงลืมถึงคืนวันที่พ้นผ่าน ไม่มีวันไหนที่จะลบเลือนภาพทรงจำไปจากใจ เพราะทุกการกระทำ ทุกคำเพรียกขานของผู้จากลาจะสลักลึกตรึงแน่นลงในดวงหทัยของผู้วางดอกไม้จนกระทั่งเขาจะต้องแนบนิทราตามผู้จากไปเช่นกัน
เจ้าชายคาโล... วางดอกไม้เถอะ
คาโลก้มหน้าลงมองดอกไม้ในมือของตน... ช่อบุปผางามสีขาวนวลผ่องคล้ายแสงจันทร์สวยช่อบางเล็กพอเหมาะ...
บัดนี้หลุมศพตรงหน้าซึ่งเป็นที่ทอดกายลงแนบนิทราของคนรักตนถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์หากแต่ไม่มีดอกไม้เช่นเดียวกับในมือของเขาอยู่เลย...
...มัลเบอร์เรรี... บุปผากลีบบางอ่อนช้อยที่มีกลิ่นหอมยวนใจซึ่งบุรุษจะมอบให้สตรีที่ตนหมายปองมาเป็นคู่ชีวิต
เจ้าชายแห่งคาโนวาลสาวบาทอย่างมั่นคงหากแต่มีอาการคล้ายกับจะขาดใจเสียให้ได้ เมื่อยิ่งใกล้ที่ประทับร่างของเธอ ความรู้สึกข้างในมันก็ยิ่งล้นเอ่อ..
ชายหนุ่มค่อยๆโน้มตัวลงเข้าใกล้ผืนปฐพีที่ฝังร่างของเธออยู่และจุมพิตเบาๆบนช่อดอกไม้ในมือของตนก่อนจะค่อยๆบรรจงวางลงบนบริเวณเหนือหัวใจของเธออย่างแผ่วเบา
ฉันอ่านจดหมายนั่นแล้วนะ... ไม่มีวันหรอกที่ฉันจะรักใครได้ลึกซึ้งมากเท่านี้อีก อย่าทำร้ายจิตใจฉันด้วยคำพูดขับไล่ไสส่งของเธออีกเลยนะ
ไม่ว่าเธอจะใช้ชื่อว่าเฟรินหรือเฟลิโอน่าก็ตาม... โปรดช่วยรับรู้ถึงความรู้สึกของฉันด้วย ฉันรักเธอมากเหลือเกิน จนกระทั่งอยากให้เธออยู่ข้างๆ ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับฉันตลอดไป แต่งงานกับฉันนะเฟลิโอน่า
ไม่มีเสียงใสที่แฝงความขี้เล่นเอาไว้ในทีตอบกลับเช่นเคย... หากแต่เป็นสายลมอุ่นที่พัดมาโอบล้อมร่างของเขาอย่างแผ่วเบา สายลมที่พัดมาจากทะเลโพ้นไกลที่ใดสักแห่ง ดินแดนที่เขาอาจไม่มีวันรู้จักหรือเข้าใจได้ แต่สิ่งที่เขาเข้าใจก็คือ นี่เป็นคำตอบจากเธอที่รัก...
คาโลยิ้มกว้าง... เพราะเขารู้ดีว่าเธอจะตอบว่าอย่างไร
ขอบคุณนะ เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป
...ได้ยินเสมอนี่เธอใช่ไหม
หรือเสียงใบไม้ที่ไหวต้องลมเท่านั้น
แม้ว่าเราจะไกลห่างกัน
...แต่ในใจนั้น เราคิดถึงกันเสมอ
จะนานแค่ไหน ที่ในมุมนี้
ทุกวินาทีฉันยังคอยเฝ้า เฝ้ารอคอยเธอ
ฉันเฝ้ามองดวงดาวเสมอ
ยังเห็นเธอส่งสายตาหากันเรื่อยไป
...ฟ้าอาจจะพราก
ให้เราจากกันแต่ไม่มีวันพรากเธอนั้นจากใจฉันได้
ฉันจะอยู่เพื่อรักเธอตลอดไป...
แม้สิ้นลมหายใจ... รักเธอนิรันดร์
Takin' Me Down To Strawberry Fields
Interesting Links
ทำไมมัน
น่าสงสารทั้งคาโลและเฟรินเลยอ่านะ
น่าสงสารเฟริน TT______TT เฮ้อ คนเราเนอะ....
เห็นชื่อแล้ว อึ้ง ทึ่ง ตะลึง !!! มันคล้ายๆ ชื่อ เรื่องสั้นที่ตรูแต่งส่งประกวด - -""" เหอๆ ท่าทางชื่อมันจะ น้ำเน่า + เบๆ ไป เอิ้กๆ
#1 By cherrykids on 2005-08-30 06:38