บทวิพากษ์สุนทรียะ = ไสยะ?
posted on 01 Oct 2007 18:26 by thera in life
วันนี้อัพบล็อกเสียที อัพมีสาระด้วย(???)
แต่ก่อนจะอ่านขอให้อ่านสิ่งนี้ก่อน
สุนทรยะ = ไสยะ?
................................................
บทวิพากษ์ สุนทรียะ = ไสยะ?
จากประสบการณ์การศึกษาเล่าเรียนในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์เป็นเวลาสามภาคเรียน(เกือบเต็มจำนวนอันน้อยนิด)ของข้าพเจ้าทำให้เกิดความรู้สึกตะขิดตะขวงใจบางอย่างในบางครั้ง ข้าพเจ้าไม่สามารถใช้อารมณ์ความรู้สึกของข้าพเจ้าเข้าไปตัดสินงานออกแบบใดๆได้เพราะข้าพเจ้ามิได้เป็นผู้ใช้สอยประโยชน์จากงานออกแบบนั้น ข้าพเจ้าถูกสอนไม่ให้พูดว่า ฉันอยากให้เป็นเช่นนี้ หากแต่เป็น ฉันคิดว่าสิ่งนี้เหมาะสมสำหรับเขา/เธอ ถ้าเช่นนั้นแล้ว... เอกลักษณ์ของงานออกแบบของแต่ละท่านที่แตกต่างกันออกไปนั้นเล่า ? จุดเด่นของงานเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากอารมณ์ความสิเน่หาส่วนตนของผู้ออกแบบหรอกหรือ? เรากำลังหลอกตนเองว่าเราไม่ได้ใช้ความรู้สึกในการตัดสินด้วยการอ้างว่าผู้ใช้สอยไม่ได้มีความรู้ในศาสตร์นี้เท่าผู้ออกแบบอยู่หรือเปล่า?
ข้าพเจ้าไม่พึงใจกับความคิดเช่นนี้แม้แต่น้อยเพราะข้าพเจ้าคิดว่า หากในการทำงานของเรานั้นไม่มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อาจทำให้ผู้ริเริ่มชื่นชมกับสิ่งนั้นได้หากทว่ากลับเป็นงานออกแบบที่ผู้ใช้สอยชื่นชมอย่างมากแล้วผลงานชิ้นนั้นจะถือว่าเป็นงานที่ดีหรือไม่?
ข้าพเจ้าคิดว่าของบางอย่างที่เราคาดว่าเหมาะสำหรับคนๆนั้นในวันนี้ สักวันหนึ่งเขาอาจทุ่มมันทิ้งออกหน้าต่างบ้านก็เป็นได้ จิตใจมนุษย์เอนไหวยิ่งกว่ากระแสลมปรวนแปรเสียอีก การถูกชักจูงให้รัก ชอบ ชิงชัง รังเกียจเป็นเรื่องง่ายเหลือแสน
คำว่า เหตุผล สามารถใช้ได้กับทุกสิ่งอย่างบนโลกนี้จริงหรือ? เหตุผลถือเป็นกฏเกณฑ์อย่างหนึ่งที่ใช้ในการตัดสินหรือไม่? แม่คนหนึ่งเป็นห่วงลูกชายที่กลับบ้านดึกเพราะไปเลี้ยงฉลองที่สอบเสร็จกับเพื่อนๆจำนวนมาก การให้เหตุผลว่าเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆและไม่มีอะไรเสียหายให้ต้องน่าวิตกจะช่วยให้คุณแม่ท่านนี้หายกังวลได้หรือไม่? ข้าพเจ้าคิด(เอาเอง)ว่า เหตุผลอาจทำให้มนุษย์ยอมรับฟังได้ แต่ไม่สามารถลบความรู้สึกได้
หากสิ่งที่นักออกแบบควรจะทำคือการคิดฟังก์ชันใหม่ๆขึ้นมาเพื่อยัดลงไปในงานออกแบบและทำให้เกิดรูปร่างที่สอดคล้องกับประโยชน์ใช้สอยแท้จริงแล้วนั้น เหตุใดกันเล่าจึงได้ทำให้งานที่เปลี่ยนแปลงแต่เพียงรูปโฉมภายนอกเกิดความประทับใจกับผู้ใช้สอยประโยชน์มากกว่าความงามที่ บริสุทธิ์
ในบางครั้งฟังก์ชันใหม่ๆไม่มีความจำเป็นอะไรกับผู้ใช้สอยประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ขนาดที่ว่าลำบากอีกเพียงนิดเขาจะขาดใจตายเสียตรงนั้นให้ได้ และในทางกลับกันผลิตภัณฑ์ที่มีแต่ฟังก์ชันเดิมๆเลยแต่มีการตกแต่งที่งดงามซาบซึ้งก็สามารถดึงดูดใจให้ผู้ใช้อยากจับจองได้แล้ว
ท่ามกลางกระแสโมเดิร์นนิซึมที่ยังคงมีผลบางส่วนซึ่งสืบมาในยุคปัจบันกาลนี้ ในช่วงเวลาหลายสิบปีของการออกแบบที่ผ่านการปฏิวัติอุตสาหกรรมมาแล้วนั้นได้มีศาสตร์ที่เรียกว่า Packaging Design กำเนิดขึ้น แล้วเหตุใดกันเล่าจึงทำให้เราปฏิเสธการตกแต่งรูปโฉม? หากคนเราพอใจกับความเป็นปกติธรรมดาของตนแล้ว คงไม่มีคนผมดำที่ทำสีผมตัวเองให้จางลงจนกลายเป็นสีบลอนด์ เครื่องสำอางเครื่องหอมที่อวดอ้างสรรพคุณว่าลดริ้วรอยให้กลับไปเป็นเด็กวัยแตกเนื้อหนุ่มเนื้อสาวได้อีกครั้ง ความงามของภาพลักษณ์นี้เป็นส่วนเกินของการดำรงชีวิตของมนุษย์หรือไม่? หากเป็นเช่นนั้นแล้วเสื้อผ้าที่เราสวมใส่อยู่ทุกวันควรจะมีสีขาวนวลแบบฝ้ายบริสุทธิ์หรือไม่? Packaging Design จะถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อสิ่งใด?
ข้าพเจ้าคิดมาเสมอว่าการร่ำเรียนในศาสตร์ของการออกแบบเป็นล้อเล่นกับ กิเลส มนุษย์ หากมนุษย์ทุกผู้ไร้ซึ่งกิเลสแล้ว ความสวยงามเจริญตาเจริญใจอาจไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องดำรงอยู่กับสิ่งแวดล้อมมนุษย์อีก ในทุกวันนี้สิ่งของทุกอย่างถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อ อำนวยความสะดวก ให้ชีวิต ไม่ใช่เพื่อ ดำรงชีวิต (อาจยกเว้นได้กับยารักษาโรค)
หากเช่นนั้นแล้วประโยชน์ใช้สอยใหม่ๆที่เราพากันหยิบยกขึ้นมาอวดอ้างนั้นจะถือเป็นเปลือกนอกด้วยหรือไม่?
สมุดจดที่เคยมีเส้นบรรทัดตรงๆธรรมดาแต่ได้รับการแปรเปลี่ยนมาเป็นจุดเล็กๆที่เว้นระยะห่างอย่างเท่ากันและต่อเนื่องนั้นมีความจำเป็นจริงหรือ หากการเขียนหนังสือของเราเบี้ยวเอียงไปสักนิดหนึ่งจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรบนโลกใบนี้หรือไม่ รีโมทที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกทำให้เราสามารถนั่งอืดฉึ่งอยู่หน้าโทรทัศน์โดยไม่ต้องเดินไปเปลี่ยนช่องเป็นสิ่งจำเป็นจริงหรือ? สักวันประโยชน์ใช้สอยที่เรากล่าวกันว่าจำเป็นหนักหนาจะกลับมาทำร้ายเราหรือไม่?
อีกสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าสงสัยคือเหตุใดนักออกแบบจึงพยายามปฏิเสธความมีรสนิยมเดียวชนหมู่มากผู้ถูกจัดสถานะให้อยู่ในฐานะผู้บริโภค ความงามไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์เราสามารถเห็นพ้องกันได้หรอกหรือ? การปฏิเสธรสนิยมเช่นนี้เป็นเพราะเราได้ถูกกระแสของความเป็นผู้ออกแบบควบคุมอยู่หรือไม่?
บทความนี้คงไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการวิพากษ์บทความ สุนทรียะ = ไสยะ? ได้ เนื่องด้วยข้าพเจ้าได้หยิบยกเอาอะไรหลายอย่างที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องแต่เป็นความคับข้องมาเสนอเสียส่วนมาก...
ความเห็นส่วนบุคคลที่ประจานตนมากๆ 5555555+
เอาเป็นว่าอาจเขียนด้วยใจคะนองไปสักนิด พาดพิงใครขออภัยอย่างสูงค่ะ
อะไรไม่สมควรบอกได้จะจัดการแก้ไข
ตั้งใจให้อ่านไม่รู้เรื่อง คนอ่านก็คงงงๆ อีนี่ใช้ภาษาโบราณ หน้าตาประหลาด 55555+
ขอบคุณที่อ่านจบค่ะ ^^
Takin' Me Down To Strawberry Fields
Interesting Links
ถ้าเรื่องที่พูดถึงความเป็นตัวเองในการออกแบบ อยากให้ลองนึกไปถึงตอนที่เรียนไคทีเรีย อย่างซาฮ่า ฮาดิดที่ตอนนี้มีชื่อเสียงก้องโลก ยังเพิ่งขายงานชิ้นเเรกได้ตอน40กว่าเลยไม่ใช่หรอ
จริงอยู่ที่ว่าคนที่จะดังขึ้นขั้นพีคได้เนี่ยต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง และไอ้ที่ว่าเนี่ยมันไม่มีใครได้รับการยอมรับแต่แรกหรอก ขึ้นอยู่กับว่าแกจะกล้ายืนยันในความคิดตัวเองรอจนแกดังได้ป่ะล่ะ
โดยที่ระหว่างนั้นแกจะไม่มีงานซักชิ้น+คนรอบข้างค่อนคอดไปเรื่อย และอาจจะตายไปโดยที่ยังไม่ดังก้อได้ ของงี้มันต้องเสี่ยงว่ะ
#1 By +panpandog+ on 2007-10-01 18:56