Textile Trip : ทริปทอผ้าทัวร์อีสาน เยือนแดนลาว 1
posted on 12 Dec 2007 22:47 by thera in life
อะฮ้า!
หลังจากหายไปแสนนานในที่สุดก็มีเรื่องอัพบล็อกอย่างเป็นเรื่องเป็นราวแล้วน่อ...
ด้วยความโชคดีที่อาจารย์ได้จัดทริปทัวร์ของวิชา Textile 1 เลยทำให้เราได้มีโอกาสไปเยือนอีสานและลาว(เป็นรุ่นแรกที่ได้ไปเถอะ แอบตื่นเต้ลลลลลล~)
มีรูปประกอบจำนวนมาก โหลดกันให้สะใจไปเลยนะคะคุณพี่ หึๆๆๆ
(จริงๆเซฟแบบคุณภาพเห่ยๆแล้วนะ ถ้าอยากดูรูปดีๆบอกได้ จักส่งให้...)

วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2550
อาจารย์นัดที่ภาควิชา id อย่างพร้อมเพรียงกันตอนเวลาหกโมงเช้า
ด้วยความชิวเพราะอยู่ใกล้เลยทำให้ไปถึงคนสุดท้าย โชคดีที่อะฮั้นไม่โดนประณาม = =”
แต่แล้ว... ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเมื่อรถทัวร์มาถึงหน้าเตรียมอุดมตอนหกโมงนิดๆ
รถทัวร์ชนท้ายแท็กซี่
ฮ่วย! เริ่มต้นก็ไม่ค่อยจะโสภาซะแหล่วนะคะ
ด้วยเหตุฉะนี้เลยต้องรอประกันภัยมาไกล่เกลี่ย
แต่ก็ยังดีที่ได้ออกรถยังไม่ถึงเวลาเจ็ดโมงแต่เป็น 6.55 น. เหอะๆ = =
ด้วยความมีนิสัยไทยแท้(ขี้เกียจ ขี้โม้ ขี้โอ่ ขี้โกหก แต่ของเดี๊ยนคือขี้เกียจ)
เลยพยายามจะหลับในรถต้องแต่ขึ้นทางด่วนแต่ปรากฏว่าอาจารย์เดินสำรวจเด็กๆผู้น่ารักและบีบคอให้ตื่น ด้วยการบอกให้จดแผนที่เดินทางด้วย เผื่อต้องเดินทางไปเองอีกรอบ
(มีการทำรายงาน หากเราหาข้อมูลกันได้ไม่ครบก็อาจต้องกลับไปอีกน่ะค่ะ)
อันที่จริงแล้วตารางเวลาได้บอกว่าเราต้องไปแวะทานอาหารระหว่างการเดินทางที่ครัวเตือนใจตอน 11.30 น. แต่การที่ออกเลทไปเกือบชั่วโมงนึงกลับไม่มีผลเลย เราก็ยังไปถึงตรงเวลาอยู่ดี เป็นทริปที่ตรงเวลามากอย่างน่ากลัว ไม่รู้คนขับใช้วิธีวาร์ปรึไง

โฉมหน้าผู้ร่วมทางข้างๆฉัน(เอามาประจานโดยไม่บอกกล่าว 555+)

นี่ก็นังอยู่ถัดไป ป้าแนน(คนซ้าย)แกปากแตกแต่เลือดไหลไม่หยุด น่ากลัวมาก รอเกิน 1ชม.ได้ล่ะมั้งกว่าจะหยุด =[]="

ส่วนนี่ใครหว่า??? 5555+
จริงๆอาหารที่ร้านนี้ก็โอเคนะ ได้กินไข่เจียวชุ่มฉ่ำ(น้ำมัน) ต้มจืด แกงเขียวหวาน แต่บรรยากาศร้านน่ากลัวมากกกกกก เหมือนร้านอาหารร้าง =[]=”
แต่ก็เพราะร้านนี้เนี่ยแหละเลนทำให้ได้ถ่ายรูปกุ๊กไก่สีขาวมาด้วย หุๆ(แบ๊วส์ซะไม่มีล่ะตัว)

12.25 @ หมู่ 1 บ้านนาโพธิ์ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์

มาชมการทอผ้าไหมมัดหมี่ของกลุ่มผ้าตุ้มทอง
เป็นการทำงานที่ชาวบ้านมารวมตัวกันแต่ทำงานที่บ้านค่ะ ทำให้ยังคงมีวิถีชีวิตแบบเดิมอยู่ มีการบริหารจัดการในรูปแบบบริษัท พี่คนที่อธิบายยังอายุไม่มากแต่กลับมีชาวบ้านที่ต้องดูแลถึงกว่า 900 คน จาก 17 หมู่บ้าน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคนหนุ่มสาวทั้งสิ้น คนทำงานเยอะรายได้ก็เยอะเหมือนกัน มีการหมุนของเงินเดือนละ 2-3 ล้านบาทเลยทีเดียว...

ในช่วงสัมมนาตอนหัวค่ำ อาจารย์เองก็ชี้ให้เห็นถึงจุดนี้ว่า พี่เขาตอนที่เพิ่งจบก็อายุแค่ 23 แต่ต้องดูแลคนเยอะขนาดนั้น ส่วนพวกเราก็อายุ 20 กันแล้วแต่ยังทำตัวเรื่อยเปื่อยกันอยู่เลย เวลาไปดูอะไรก็ดูไปงั้นๆไม่ได้คิดสร้างสรรค์ให้มันเกิดประโยชน์ขึ้นมา ถ้ายังทำตัวเช่นนี้อายุ 32 แล้วก็ยังมีแบบพี่เขาไม่ได้หรอก ฟังแล้วไอ้เราก็ได้ยินเสียง “ฉึก” ดังเป็นระยะ เหอะๆ จริงๆแล้วเรามีโอกาสได้ไปโรงงานมาก ๆได้ฟังสิ่งที่ผู้ประกอบการคิดมากก็จริงแต่เรายังไม่มีความกระตือรือร้นมากพอทั้งๆที่ก็เข้าใจดีว่าถ้าขืนยังมัวแต่ทำตัวไม่เอาไหนอยู่ชีวิตข้างหน้าก็คงจะ... หึๆ
ขอมีสาระนิดหน่อย ถือเป็นการทบทวนสิ่งที่เราได้จดมาด้วย แต่อย่าถามอะไรนะเคอะ เพราะหนูเองก็เพิ่งจะเริ่มเรียนรู้ ไม่ได้ปึ้กมากมายอะไร อะไรผิดพลาดเชิญชี้แจงได้น่อ... การฟอกไหมนั้นในสมัยก่อนใช้ขี้เถ้ากับมะละกอ แต่เดี๋ยวนี้ใช้ด่าง เขาจะเอาไหมไปเคี่ยวจนกระทั่งเส้นไหมหายลื่นแล้วก็เอาไปฟอกสี

ภาพปลากรอบ

อันนี้ไหมโดนต้ม

ฟอกเสร็จก็เอาไปตาก สลวยสวยเก๋อย่างนี้แลลลล~
หมี่ก็คือไหม ดังนั้นผ้ามัดหมี่ก็คือผ้ามัดไหม คำว่าหมี่เป็นคำของชาวอีสานจ้ะ เวลาที่เขาจะเอาไหมที่ฟอกแล้วไปทำการมัดหมี่ก็ต้องมีการเข้าหน้าผ้าเสียก่อน เป็นการช่วยไม่ให้ลายมั่ว โย้ไปเย้มาจนเกินงาม

การเข้าหน้าผ้าก่อนมัดลายจ้ะ

ของจริงสวิงสุดๆ


ภาพตัวอย่างการมัดหมี่

คุณป้าผู้สาธิตการมัดหมี่ให้พวกเราชม
การมัดหมี่จะให้ลายที่ไม่คมชัดนัดเพราะการย้อมอาจมีการซึมของสีในไหมแต่ละเส้นไม่เท่ากัน เวลาทอออกมาก็เลยอาจจะเอียงๆเยื้องๆกันนิดหน่อย ดูมีเสน่ห์แบบเบลอๆ

สระน้ำแถวๆนั้น

ทางเดินเล่น... พี่เจ้าของกลุ่มเค้าบอกว่าทำโฮมสเตย์ด้วย คืนละ 350 เท่านั้น ใครสนใจเชิญติดต่อ :P


แอบถ่ายเพื่อน...
ดูนู่นดูนี่กันซักพักก็ได้ไปซื้อของ รอมานาน.. ก๊าก หมดไปพันนิดๆ ซื้อผ้าพันคอมาซะ 3 ผ้าคลุมไหล่ 1 เป็นของฝาก+ใช้เอง รอซักพักก็ไปเข้าห้องน้ำแต่พอออกมาพบว่าเพื่อนหายไปหมดแล้ว เรากับเพื่อนอีกสองคนคือ เกว และเอ้ เลยต้องวิ่งไปที่รถทัวร์ เพื่อนก็บอกว่า “คนขับเขาบอกว่าหยุดรถไม่ได้เพราะรถมันไหล”
ตึง! ไหลมาไกลขนาดนี้เนี่ยนะ =[]=”
นั่งยังไม่ถึง 5 นาทีก็ต้องลงอีกแล้ว คราวนี้ไปดูหนอนไหมล่ะเออ
อยากจะบอกว่าตอนที่เดินลงไปแล้วเจอกับคุณป้าเจ้าของบ้านน่ะก็ยังเฉยๆอยู่ แต่พอเปิดประตูเข้าห้องไปก็ต้องพบกับภาพอันน่าสะพรึงกลัวเพราะหนอนทุกตัวที่ใช้ชีวิตดุ๊กดิ๊กอยู่ในกระด้งต่างชูคอขึ้นมา...
เยี่ยงนี้...
และเยี่ยงนี้...
แหวะ... โพสท์เองอยากอ้วกเอง
เห็นแล้วทำเอาเราขนลุกเพราะเป็นคนที่เกลียด+กลัวแมลงและสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิด เหอๆ ทำไมมีของที่กลัวเยอะจังหว่า...
อืม... การเลี้ยงหนอนไหมเนี่ย ก็ใช้เวลาประมาณ 28 วัน ตอนแรกก็เพาะพันธุ์ขึ้นมาก่อนแล้วก็เลี้ยงๆด้วยใบหม่อนให้พอมีอายุซักนิดจากนั้นก็นำมาใส่จอ(คล้ายกระด้งที่มีชั้นๆอยู่ข้างใน) จากนั้นก็รอเวลาให้เป็นไหมซัก 1 คืน ตอนนี้ก็จะตัวปุยๆ วางทิ้งไว้ให้หนอนพอมีเวลาหายใจซัก 2-3 คืน

คุณใบหม่อน~

หนอนและไหมในจอ

จากนั้นก็เอามาสาวไหมจ้ะ... แต่ถ้ารังไหมโดนหนอนชอนไชล่ะก็จะไม่สามารถใช้ได้แล้วนะ เพราะเวลาเขาสาวไหมเนี่ยจะสาวเป็นเส้นเดี่ยวๆแบบยาวๆ ถ้าเป็นไหมไทย(ไม่ใช่คอกเทลนะยะ)จะสาวได้ประมาณ 300 ม. ส่วนไหมจีนก็ประมาณ 1 กิโลเมตร =[]=!
พอหนอนไหมพ่นใยเสร็จทิ้งไว้อาทิตย์นึงก็จะกลายเป็นผีเสื้อ
แต่!
ก่อนที่มันจะมีโอกาสโบยบินดั่งหงส์เหินน่ะ... ก็ต้องโดนต้มไปซะก่อน
เนื่องด้วยเวลาจะสาวไหมเขาต้องเอาไหมไปต้ม และหนอนน้อยมันก็ใช้ชีวิตอยู่ในรังไหมชิมิเคอะ
ก็เลยบ๊ายบาย... = =”
จากนั้นก็ไปชมการทำฟืม/ฟันหวี ซึ่งเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งในเครื่องกี่
แต่ขี้เกียจอธิบายแล้วเอารูปไว้เป็นน้ำจิ้มละกัน(เดี๋ยวคราวหน้าก็แกล้งลืม ...เลว5555+)

กี่มินิ ราคา 600 บ.ถ้วน!

วันนี้ขอลาแค่นี้ก่อนละกัน พิมพ์เหนื่อยแล้ว (อู้เนอะ = =)
ไว้จะมาต่อตอนหน้าก๊า~
จูบ~ แด่ท่านผู้อ่าน 555+
Takin' Me Down To Strawberry Fields
Interesting Links
ป.ล. ขณะที่เข้าห้องพักครูไปดูนอนไหมนั้น อ.ท่านเดิมได้ชวนข้าพเจ้ากินหนอนรถด่วน (ที่หน้าตาคล้ายๆ กัน) รู้สึกมันขัดแย้งพิกล
#1 By เอื้องอลิน จตุรดา shakri เทพหมี น้ำตาล on 2007-12-12 23:34