Across the Universe : รักนี้คือทุกสิ่ง
posted on 07 Jan 2008 17:07 by thera in movie
สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังค่ะ
ก่อนอื่นต้องขออภัยด้วยจริงๆที่ไม่ได้มาอัพ Textile Trip ต่อเลย
(ยังไม่ได้ย่อรูป)
(ยังไม่ได้ย่อรูป)
แต่ก่อนอื่นที่จะขึ้นเอ็นทรี่ภาคต่อของทริปอีสาน
ขออนุญาตเอาหนังเรื่องนี้มาแทรกก่อนเพราะชอบมากจริงๆ
ชอบจนทำธีมใหม่รับปีใหม่เลย
official website: http://www.acrosstheuniverse.com/
คำอธิบายเรื่องจาก pantip ค่ะ
(ขี้เกียจพิมพ์เอง... เลว)
(ขี้เกียจพิมพ์เอง... เลว)
ในยุคต่อต้านสงครามเมื่อปี 60 วัยรุ่นมีอิสรภาพทางความคิด
และอุทิศตัวให้กับดนตรีร๊อค แอนด์ โรล
ท่ามกลางกระแสสังคมที่ต่อต้านการเข้าร่วมรบในสงครามเวียตนาม ของกองทัพอเมริกา
ความรักระหว่างชายหนุ่มแห่งเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ จู๊ด (จิม สเตอร์แกส)
และหญิงสาวอเมริกันผู้มั่งคั่ง ลูซี่ (เอวาน ราเชล วู้ด)
และมิตรภาพพองเพื่อนนักดนตรี ก็ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
โดยมี ดอกเตอร์โบโน่ และ มิสเตอร์ ไคท์ เป็นผู้ชี้แนวทาง
ความเปลี่ยนแปลงของสังคม ทำให้คู่รักและพองเพื่อนต้องพลัดพรากไปไกลคนละทวีป
สิ่งเดียวที่จะชักนำให้ จู้ด - ลูซี่ และทุกๆ คนผ่านพ้นอุปสรรค
และกลับมาพบกันอีกครั้ง
คือความรัก..เท่านั้น
สิ่งเดียวที่จะชักนำให้ จู้ด - ลูซี่ และทุกๆ คนผ่านพ้นอุปสรรค
และกลับมาพบกันอีกครั้ง
คือความรัก..เท่านั้น
------------------------------------------
ด้วยความมุ่งมั่น ในการสร้างภาพยนตร์คุณภาพที่แปลกใหม่ โซนี่ พิคเจอร์ส และ เรฟโวลูชั่น สตูดิโอ จึงก้าวข้ามโลกภาพยนตร์ไปอีกขั้น สู่ภาพยนตร์ระดับมิวสิคคัลชั้นเยี่ยม โดย จูเลีย เทย์มอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ดังเรื่อง Frida, Titus และละครเพลงบรอดเวย์ยอดนิยมตลอดกาล The Lion King และผู้เขียนบท ดิค เคลเมน และ เอียน ลา เฟรอเนส ที่จะรังสรรค์จินตนาการศิลปภาพยนตร์ พร้อมกับบทเพลงอันไพเราะกว่า 30 เพลง เช่น Hey Jude, I Am the Walrus, All You Need is Love มาผูกเป็นเรื่องราวความรักโรแมนติคร่วมสมัยบนแผ่นฟิล์ม
เรฟโวลูชั่นสตูดิโอ ภูมิใจเสนอ Across the Universe ผลงานล่าสุดจาก แมทธิว กรอส และ ทีมท้อด์ โปรดักชั่น จากผลงานกำกับโดย จูเลีย เทย์มอร์ นำแสดงโดย เอวาน ราเชล วู้ด (Running with Scissors, Down in the Valley, The Upside of Anger, Thirteen, S1m0ne, Practical Magic), จิม สเตอร์แกส (The Other Boleyn Girl, 21), โจ แอนเดอร์สัน (The Ruins, Becoming Jane, Copying Beethoven) อำนวยการสร้างโดย ซูซานน์ ท้อดด์ และ แมทธิว กรอส บทภาพยนตร์โดย ดิค เคลเมนต์ และ เอียน ลา เฟรอเน่ (The Commitments, Goal!, Flushed Away, Still Crazy) พร้อมทั้งทีมงานที่คร่ำหวอดด้านภาพยนตร์และเพลง ที่รวมตัวกันเพื่องานนี้อย่างคับคั่ง นอกจากนี้ ยังได้บุคคลที่โดดเด่นในวงการเพลง มาเป็นดารารับทั้ง โบโน่ ศิลปินวง U2, ซัลม่า ฮาเย็ค, เอ็ดดี้ อิซวาด และนักร้อง โจ คอกเกอร์
trailer
นักแสดงและตัวละคร

Jim Sturgess ... Jude
Evan Rachel Wood ... Lucy

Joe Anderson ... Max Carrigan

Dana Fuchs ... Sadie

Martin Luther ... JoJo (as Martin Luther McCoy)
T.V. Carpio ... Prudence
ความรู้สึกส่วนตัว...
เป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึกคุ้มค่ากับการรอคอยมากๆ
เราเห็นโปสเตอร์ตั้งแต่ช่วงธันวาคม และนับวันรอ(จริงๆนะ)
เราเห็นโปสเตอร์ตั้งแต่ช่วงธันวาคม และนับวันรอ(จริงๆนะ)
ดูแล้วมีความสุขจริงๆ หนังบ้าอะไรเนี่ย!
นั่งดูไปก็ยิ้มไป
สิ่งที่ประทับใจเหนืออื่นใดคือการเล่าเรื่องราว เสียง ภาพและมุมกล้อง
เป็นหนังที่เหมาะกับคนที่รักเสียงเพลงจริงๆนะ
ดูเมื่อ 2วันที่แล้ว ยังอิ่มสุขอยู่เลยนะ(โฆษณาสุดๆ ฮา)
เป็นหนังที่เหมาะกับคนที่รักเสียงเพลงจริงๆนะ
ดูเมื่อ 2วันที่แล้ว ยังอิ่มสุขอยู่เลยนะ(โฆษณาสุดๆ ฮา)
สิ่งที่ทำให้รู้สึกดีอีกอย่างคือ ได้ดูรอบเดียว นั่งเก้าอี้แถวเดียวกับพี่สองพาราดอกซ์
ก๊าก อิ่มสุขๆ
ก๊าก อิ่มสุขๆ
กลับมาเรื่องหนังต่อ
ในบางช่วงที่ดราม่าก็ทำเอาสะเทือนหัวใจจริงๆ
ไม่อยากจะสปอล์ยใคร
แต่อยากให้ไปดู ไปเก็บเกี่ยวความประทับใจเอาเอง
ในบางช่วงที่ดราม่าก็ทำเอาสะเทือนหัวใจจริงๆ
ไม่อยากจะสปอล์ยใคร
แต่อยากให้ไปดู ไปเก็บเกี่ยวความประทับใจเอาเอง
เนื้อหาของเรื่องสอดแทกวัฒนธรรมช่วงนั้นเอาไว้เต็มเหนี่ยว
ดูแล้วเชือดเฉือนอารมณ์เป็นมาก
มีอยู่ตอนหนึ่งที่นางเอกพูดถึง วันขอบคุณพระเจ้า
(เนื้อหาในทำนองนี้แหละ... จำรายละเอียดรงๆไม่ได้)
(เนื้อหาในทำนองนี้แหละ... จำรายละเอียดรงๆไม่ได้)
"เราขอบคุณในความเป็นมิตรที่เหล่าอินเดียนแดงมอบอาหารและน้ำให้ผู้บุกเบิก
แล้วเราตอบแทนเขายังไง.."
แล้วเราตอบแทนเขายังไง.."
ทำให้รู้สึกอยากหัวเราะโดยไร้สาเหตุ
อีกฉากหนึ่งที่ประทับใจเป็นฉากของสงคราม
อันนี้ไม่อยากเล่าเพราะพีคในอารมณ์มาก น้ำตาแทบไหล
เขาเอาเพลง Let It Be มาใช้ได้ถูกจังหวะจริงๆ
อันนี้ไม่อยากเล่าเพราะพีคในอารมณ์มาก น้ำตาแทบไหล
เขาเอาเพลง Let It Be มาใช้ได้ถูกจังหวะจริงๆ
ทำให้นึกถึงเอ็นทรี่หนึ่งของสุชญา
ขอยกเนื้อความมา ณ ที่นี้ด้วย...
Nominated by UN as the
best Poem of 2006 - Written by an African Kid
best Poem of 2006 - Written by an African Kid
When I born, I black
When I grow up, I black
When I go in Sun, I black
When I scared, I black
When I sick, I black
And when I die, I still black
When I grow up, I black
When I go in Sun, I black
When I scared, I black
When I sick, I black
And when I die, I still black
And you white fellow
When you born, you pink
When you grow up, you white
When you go in sun, you red
When you cold, you blue
When you scared, you yellow
When you sick, you green
And when you die, you grey
And you calling me colored??
When you born, you pink
When you grow up, you white
When you go in sun, you red
When you cold, you blue
When you scared, you yellow
When you sick, you green
And when you die, you grey
And you calling me colored??
ดูแล้วนึกถึงกลอนบทนี้ในแวบแรกเลยจริงๆ
ในแต่ละตอนของหนังจบลงในตัวมันเองโดยสมบูรณ์
ถึงดูแบบไม่คิดอะไรมากก็มีความสุข
ดูแบบคิดมากก็มีความสุข
ดีจริงๆนะ
ชอบแบบยอมโฆษณาถวายหัวเลยเอ้า!
ถึงดูแบบไม่คิดอะไรมากก็มีความสุข
ดูแบบคิดมากก็มีความสุข
ดีจริงๆนะ
ชอบแบบยอมโฆษณาถวายหัวเลยเอ้า!
เราไม่ใช่แฟนตัวจริงของ The Beatles
แต่สามารถดูหนังได้อย่างมีความสุขมากๆ
เพราะฉะนั้นนี่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลเลย
เพราะฉะนั้นนี่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลเลย
ควักตังค์มา 100 แล้วไปดูเสียเถิดจะเกิดผล
ขอบคุณเอเป็กซ์ที่กล้าเอาหนังนอกกระแสมาฉาย
รักเอเป็กซ์จัง มีความสุข ^^
Tags: across, universe13 Comments
Takin' Me Down To Strawberry Fields
Interesting Links

ชอบสี ชอบยุค ชอบเพลง ชอบบรรยากาศ
เห็นด้วยนะคะ ไปดูมาหลายวันแล้วยังนั่งมีความสุขอยู่เลย ^ ^
ตอนแรกก็กลัวว่าจะไม่ได้เข้าฉายที่บ้านเรา
รักกกกกกกเลยยยยยยยย
#1 By Tabitha Vixx on 2008-01-08 12:44