นับเป็นโชคดีอย่างหนึ่งของเราที่ได้ไปเข้าค่ายของนิตยสารสารคดี ซึ่งในครั้งนี้ก็ผ่านการเข้าค่ายมา
2-3 ครั้งแล้ว จนวันเสาร์ที่ผ่านมา(12 มิ.ย. 2553) ก็ได้กลับตรวจงานที่ค่ายสารคดีอีกครั้ง และในวันนี้
ก็มีพี่จุ้ย-ศุ บุญเลี้ยงมาเป็นแขกวิทยากรในการให้ความรู้ด้วย...

พี่จุ้ยได้พูดถึงกลเม็ดต่างๆในการสร้างสรรค์งานเขียน ซึ่งมีอยู่หนึ่งสิ่งที่พี่จุ้ยเน้นมากๆก็คือ


"การเขียนด้วยการไม่เขียน"

 

อะไรคือการเขียนด้วยการไม่เขียน?

พี่จุ้ยยกตัวอย่างให้ฟังถึงเหตุการณ์สดๆร้อน ณวันนั้น ตอนช่วงเช้าพี่จุ้ยเล่น yahoo messenger กับ
นร.คนหนึ่งของพี่ ซึ่งนร.คนนั้นก็ได้นำงานกวีในหัวข้อ "ฝน" มาให้พี่จุ้ยช่วยดู

พี่จุ้ยถามนร.ว่า ถ้าไม่ใช้คำว่าฝนได้ไหม?

 

ทุกครั้งที่พี่จุ้ยเขียนงาน พี่จุ้ยจะเก็บคำสำคัญเอาใส่ลิ้นชักเสมอ

ไม่พูดเปล่า... พี่จุ้ยหยิบกีต้าร์มาบรรเลงทันที นับเป็นบุญ(เห็ด)หูหนูมากๆ
อะ... แป๊กสินะ แต่ช่างมันเถอะ

 

          ตอบใจตัวเองมานาน แอบรอคอยเธอก็รู้ 
อยากให้เธอลองตรองดู ในความทรงจำ เก็บไว้ 
ต่างคนมีทางต้องเดิน อาจมีเวลาต้องไกล 
หนึ่งคนยังคงคอยใจ ยังคงคอยไปอย่างนั้น...

          ...อยู่ไกลกันเกินครึ่งฟ้า แต่ยังมีใจคุ้นกัน 
 
ฟังอยู่เพลินๆ แต่พี่จุ้ยก็หยุดร้องเสียอย่างนั้น 
พี่จุ้ยเริ่มเล่าที่มาของ 'ครึ่งฟ้า'  
พี่แกบอกว่าขอบฟ้าคนไปอยู่กันเยอะแล้ว แต่เราก็ยังต้องไปให้ไกลอยู่ดี...
(อันที่จริงแล้วคำว่ามีใจถึงกันที่เราร้องกันบ่อยๆ มันเพี้ยนมาจากต้นฉบับ "มีใจคุ้นกัน" ค่ะ) 
 
 
   จะโยงใยความสัมพันธ์ จนมาพบกันใกล้ตา 
 
'ใกล้ตา' คำนี้พี่ม้า อรนภา บอกมา(? ถ้าฟังไม่ผิดนะคะ) 
ตอนที่เคยได้ยินเพลงนี้ เรานึกว่าใกล้ตาคือความหมายเปรียบเปรย 
แต่ใกล้ตาของพี่จุ้ย คือ ใกล้ตาจริงๆ 
พี่แกยังพูดต่อว่า "ลองคิดดูสิ ถ้าตาใกล้กันแล้วอะไรจะใกล้กันอีก" 555 เซ็กซี่เปล่าล่ะ
จากนั้นเสียงกีตาร์ก็เริ่มบรรเลงต่อ...

 
   ต่อเติมแรงใจเมื่อท้อ 
แบ่งปันในยามทุกข์ตรม ไม่หวั่น 
ต่างคนเติมใจให้กัน...
 
เสียงดนตรีกลับหยุดลงแล้วแทนที่ด้วยเสียงพี่จุ้ย "ทีนี้ก็เราก็เปิดลิ้นชักหยิบคำที่เก็บไว้มาใส่"

ต่างคนเติมใจให้กัน... ฉันรักเธอว์

 
"ฟังแล้วเป็นไง? ถ้ามาถึงขนาดนี้แล้วจนจบเพลงแล้ว... ไม่ต้องบอกแล้ว มันรู้ไปหมดแล้ว" 
รอยยิ้มบ่งบอกอารมณ์ขันของพี่แกทาทาบหน้าอีกครั้ง ก่อนเสียงกีตาร์จะดังขึ้นอีกรอบและ
เติมเต็มประโยคสุดท้าย 
 
   ต่างคนเติมใจให้กัน... เติมใจซึ่งกัน จนเต็ม...
 
 

ฟังแล้วเต็มไหมคะ? :)

 

สำหรับเราแล้วการบอกรักโดยไม่ต้องพูดว่ารักนี่มันดูโรแมนติกกว่าพูดออกมาแห้งๆเฉยๆคูณร้อยเท่าเลยนะ
บทเพลงสมัยนี้อาจมีความละเมียดน้อยลงก็เข้าใจนะว่ามันเป็นคนละสไตล์ แค่ทำนองก็รู้แล้ว...

แต่บางทีการได้มาฟังอะไรแบบนี้บ้างในบางครั้ง...

 

หัวใจมันก็ชุ่มชื่นไม่แพ้เวลาเราเล่นน้ำฝนโดยไม่มีฝนเลยนะ

 

 

ฝากทิ้งท้ายจ้ะ...

พี่มัม คือเวอร์ชั่นแรก

พี่ก้องนี่ตอนประกอบพริกขี้หนูกับหมูแฮม :D




Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณมากเลยค่ะ
ชอบพี่จุ้ย ชอบเพลงนี้มาก
รู้สึกเหมือนเคยฟังนานมาแล้ว คุ้นๆ ว่าเป็นเพลงประกอบละคร ที่แท้ก็พริกขี้หนูกับหมูแฮมนี่เอง

เทคนิคพี่จุ้ยดีมาก ขอยืมไปใช้นะคะ

#6 By ใบหอม (58.8.183.117) on 2011-07-31 03:19

แจ่มโคตร

ขอบคุณครับ ดีมากๆเลยอ่ะHot! Hot! Hot!

#5 By เหมนันต์ on 2010-06-21 15:33

แจ่มโคตร

ขอบคุณครับ ดีมากๆเลยอ่ะHot! Hot! Hot!

#4 By เหมนันต์ on 2010-06-21 15:32

คุณ juthas - สิ่งที่พี่จุ้ยเขียนไว้มีความลึกซึ้งในตัวเองอยู่ แต่ก่อนฟังเพลงนี้ไม่ได้สังเกตเท่าไหร่ แต่พอได้มารู้แล้วประทับใจมากค่ะ surprised smile

คุณ kekhuay - เราก็กะจะเก็บไปใช้เหมือนกัน ลองไปค้นดูเพลงเก่าๆเมื่อก่อน รู้สึกว่าเนื้อเพลงมันมีความละเมียดแฝงเยอะทีเดียวค่ะ :)

#3 By กุ้ง on 2010-06-20 19:30

อีกกลเม็ดดีๆ ที่จะนำไปปฏิบัติค่ะ big smile

#2 By kekhuay on 2010-06-20 12:37

ชอบเพลงนี้มากครับ
ชอบพี่จุ้ย
ชอบเสียงพี่มัม กับคำว่า มีใจคุ้นกัน !!:)))

Hot!

#1 By juthas on 2010-06-20 12:20